CLOSE TO NATURE ( KANCHANABURI )

IMG_2525

KEEP CLOSE TO NATURE’S HEART
AND BREAK CLEAR AWAY
ONCE IN A WHILE,
AND CLIMB A MOUNTAIN
OR SPEND A WEEK WASH YOUR SPIRIT CLEAN.

—JOHN MUIR

ใช้เวลาราวสี่ชั่วโมงจากเมืองหลวง เราก็พาตัวเองมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและต้นไม้สีเขียว
ลมเย็นพัดมาเอื่อยๆ หากลองหยุดฟังให้ดีเราจะได้ยินเสียงใบไม้สีกัน ปนเคล้าไปกับเสียงร้องของเหล่านกนานาชนิด อากาศที่ปลอดควันสีเทา กลิ่นชื้นของหญ้าที่ปกคลุมไปด้วยน้ำค้างยามเช้า

บรรยากาศเหล่านี้ ตามหาได้ที่กาญจนบุรีนี่เอง เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือ Hintok River Camp
กระโจมเต็นท์สีขาวที่ถูกห้อมล้อมด้วยผืนป่าและต้นไม้น้อยใหญ่ ซึ่งนอกจากจะคอยให้ความร่มรื่นแล้ว ยังทำให้ใจเราสงบและผ่อนคลายขึ้นด้วย

ก่อนอื่น เราอยากบอกว่าการเดินทางครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่การมาพักผ่อนธรรมดา แต่มันคือการได้ ‘ให้’ ไปในตัว เพราะการเดินทางของเรา เกิดจากการอยากเข้าร่วมโครงการ Socialgiver
ซึ่งเป็นโครงการที่ทำให้การ “ช็อป” ของเรากลายเป็นการ “ช่วย” สังคมไปพร้อม ๆ กัน
เริ่มง่ายๆด้วยการใช้บริการผ่าน www.socialgiver.com
ซึ่งรวมเอาทั้งที่พักชั้นนำ ร้านอาหาร หรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ มาเข้าร่วมรายการ นอกจากจะ
มีทั้งส่วนลดและโปรโมชั่นหลายๆ อย่างให้เราเลือก กำไร 100% ของโครงการนี้ยังถูกนำไปร่วมบริจาคให้โครงการเพื่อสังคมต่างๆ ในประเทศเราอีกด้วย ถือเป็นวิธีง่ายๆ ในการช่วยและสนับสนุนสังคมของเราไปด้วยในตัวนะ

และตอนนี้เราก็มาถึงกาญจนบุรีแล้ว การเดินทางของเรา ใช้รถส่วนตัว แล้วเปิดตาม Google map มา หาไม่ยาก แต่เหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอกทันทีเลยทีเดียว

DSC_2819

Hintok River Camp

ใครหลาย ๆ คนอาจจะได้มาเที่ยวกาญจนบุรีบ่อย ๆ บ่อยจนไม่รู้จะทำอะไร เราก็เช่นกัน แต่ตอนที่เราเห็นภาพแคมป์ที่ตั้งอยู๋กลางต้นไม้ใหญ่ ๆ เราก็อดไม่ได้ที่จะกดเข้าไปและจองทันที เพราะคงจะบรรยากาศดีไม่น้อยเลยทีเดียว

DSC_2825
ต้นไม้เขียวชอุ่มมาก

DSC_2827

DSC_2874

DSC_2818

DSC_2868
น่ารัก เหมาะทั้งมากับคนรัก หรือมานอนเมาท์กับเพื่อน ๆ

DSC_2872

การออกแบบ และการเลือกของที่ใช้ตกแต่งให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ออกมาตั้งแคมป์กลางป่า ราวกับหลุดออกมาจากหนังทาร์ซานอย่างไรอย่างนั้นเลย

DSC_2823
ไม่ต้องกลัวยุงกัดนะ ฮ่าๆ

DSC_3235

DSC_2857

DSC_2845

ในเต็นท์ที่เรานอนมีสองเตียงใหญ่ เหมาะสำหรับนอนกัน 3-4 คน
ถ้าดูจากรูปแล้ว คงไม่ต้องบอกว่ามันสบายจนไม่อยากจะตื่นเลยแหละ

DSC_2842

DSC_2931

 

Relax you’re
On
Camp Time

DSC_2758

บริเวณสำหรับแขกที่มาทานอาหารเช้า บรรยากาศรอบๆ ชวนให้ชมนกชมไม้ไปด้วยระหว่างทานอาหารมื้อแรก และใกล้ๆกันนั้นยังมีบันไดสำหรับเดินลงมาพักผ่อนหย่อนใจริมแม่น้ำแควด้วย

DSC_2748

DSC_2782

DSC_2781

DSC_2967

ระหว่างทางที่เรากำลังจะย้ายไปยังอีกที่พักหนึ่ง บังเอิญเจอกับทุ่งหญ้าสีเขียวผืนกว้าง เหล่าฝูงวัวตัวโต ตัวเล็กกำลังยืนเล็มยอดหญ้ากันอย่างเพลินใจ เลยจอดรถข้างทางทันที แล้วลงมาขอถ่ายรูปด้วย พร้อมกับทักทายกันนิดหน่อย

” I’ll come around.
If you ever want to be in love.
I’m not waiting, but I’m willing if you call me up.
If you ever want to be in love
I’ll come around.”

If You Ever Want To Be In Love — James Bay

River Kwai Jungle Rafts

ที่พักสำหรับคืนที่สองของเรายู่ใจกลางป่าเขา นอนบนแพริมแม่น้ำแคว ซึ่งต้องเดินทางเข้าไปโดยใช้เรือ
(เรือจะออกจากท่าไปยังที่พักทุกครึ่งชั่วโมง)

ออกจากท่ามาสักประมาณ 20 นาที ก็มาถึงที่ River Kwai Jungle Rafts บ้านแพที่เรียงตัวทอดยาวกันไปบนริมแม่น้ำแคว เราลงจากเรือ รับกุญแจและตะเกียงไว้ใช้สำหรับตอนกลางคืน เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้าหรือปลั๊กไฟ อ้อ ! รวมถึงไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วย

DSC_3001

DSC_3025

DSC_3250

ด้านหน้าของแต่ละห้องพักจะมีเปลสานไว้นอนชิลแกว่งไปมา ถัดมาติดๆกันจะเป็นแพไม้ไผ่ยื่นออกมา พร้อมเก้าอี้ตัวยาว สำหรับหย่อนเอนกาย หย่อนเท้าลงแช่น้ำ ปล่อยใจให้สบายไปกับสายน้ำ สายลม

DSC_3026

25600522_6261

DSC_3038

บนฝั่งด้านหลังของที่พักเรานั้น หากเดินขึ้นไปจะเป็นหมู่บ้านมอญ ก่อนจะเดินขึ้นไปเราได้เจอกับคุณหมา ที่เราเรียกกันขึ้นมาเองว่าลูกพี่ เพราะพี่เค้าเดินนำเราขึ้นไปยังหมู่บ้านมอญ พาลัดออกท้ายหมู่บ้านเข้าป่า
ลูกพี่จะเดินนำเราตลอดทาง ไม่ต่างกับคนพื้นที่ เมื่อเราเดินช้าหรือหยุดดูนู้นนี่ข้างทาง ลูกพี่ก็จะเดินกลับมาตาม หรือไม่ก็หยุดรอพอเราเดินเข้าใกล้ ก็จะนำทางไปต่อ เราเดินตามลูกพี่ไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าจุดหมายนั้นคือที่ใด เราเดินเข้าป่าไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนในใจแอบหวั่นๆ แต่ไม่นานลูกพี่ก็พาเรามาหยุดอยู่ที่จุดชมวิวที่อยู่สูง จนมองเห็นสายแม่น้ำแควด้านล่าง

เป็นหมาที่แสนรู้ แสนฉลาดมาก ลูกพี่เหมือนอยากจะพาเราออกเดินไปต่อ แต่ดูเวลาแล้วพระอาทิตย์ที่กำลังใกล้จะลับฟ้าเต็มที่ ทำให้เราต้องเดินกลับที่พัก ลูกพี่เดินมาส่งเราจนถึงรีสอร์ท เราบอกลากันโดยหวังอย่างยิ่งว่าจะได้เจอกันใหม่อีก

DSC_3048

เป็นรูปเดียวที่ถ่ายคู่กันมาได้ เพราะพี่เค้าไม่ยอมอยู่นิ่งให้จับภาพได้ชัดๆเลย เรามีโอกาสได้เจอกันอีกครั้งในเช้าวันถัดมา เพราะลูกพี่นั้นเป็นหมาของควาญเลี้ยงช้าง ข้างบนหมู่บ้านมอญ เมื่อควาญพาช้างลงมาอาบน้ำ ลูกพี่ก็ตามเฝ้าคอยดูอยู่ไม่ห่าง

เราตะโกนทักทายทันที ลูกพี่หยุดอยู่ครู่หนึ่งและยิ้มกลับมาให้ด้วยการกระดิกหาง เป็นอันว่ายังจำกันได้ นั้นทำให้เราดีใจเหมือนกับเวลาเจอเพื่อนไม่ผิด ขอบคุณที่นำทาง และพากลับมาส่งนะ ขอให้มีอายุยืน แข็งแรงเป็นจ่าฝูงของเหล่าหมาหมู่บ้านมอญ หวังว่าจะจำกันได้ หากเราได้เจอกันอีกครั้ง 🙂

DSC_3058

DSC_3043

ฝักนุ่นที่ร่วงลงมาจากต้น และแตกออกจนเห็นเป็นปุยสีขาวนวลอยู่ทั่วตามทางเดิน

DSC_3076

DSC_3096

DSC_3251

DSC_3313

DSC_3320

DSC_3099

เพื่อนข้างห้องที่กำลังจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรส ที่นี่เราสามารถลงเล่นน้ำได้ โดยเดินไปยังสุดฝั่งของแพ
แล้วลอยไปตามกระแสน้ำไปจนสุดอีกฝั่งหนึ่ง แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเร็วจึงต้องใส่เสื้อชูชีพที่รีสอร์ทเตรียมไว้ให้เพื่อความปลอดภัยด้วย

DSC_3017

 

DSC_3121

“CLOSE TO NATURE.”

DSC_3086

DSC_3091

DSC_3101

DSC_3126

เมื่อฟ้าค่อยๆมืดลงเรามีเพียงแสงจากตะเกียงตัวน้อยนี้ที่คอยให้ความสว่างแก่เราเมื่อถึงเวลากลางคืน หลังจากอาบน้ำเรียบร้อย เราก็เดินไปยังตรงกลางแพ เพื่อทานอาหารเย็นกัน

DSC_3136

DSC_3131

25600522_5269

ทั่วทั้งแพถูกแต้มไปด้วยสีเหลืองนวลของแสงไฟจากตะเกียง เราดินเนอร์กันใต้แสงไฟสลัว ที่ถ้าหากใครได้ไปกับคนรู้ใจก็คงจะโรแมนติกไม่น้อย อาหารเย็นของเราเป็นกับข้าวรสมือไทยๆ บ้านๆ อร่อยใช้ได้ ทานแล้วต้องขอเพิ่มอีกเป็นสองจาน

DSC_3196

DSC_3204

กิจกรรมก่อนเข้านอน เรานั่งเขียน quotes ที่นึกขึ้นได้ในเวลานั้น เนื้อเพลงที่เปิดฟังกัน และพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆของชีวิต ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ พอรู้ตัวอีกทีดวงตาก็เริ่มจะปิดเสียแล้ว เรากล่าวอำลาค่ำคืนนี้ บอกฝันดี และค่อยๆหลับตาลง รอคอยการมาถึงของวันใหม่ในวันพรุ่งนี้

25600522_2856

DSC_3128

DSC_3231

“NATURE IS HEALS EVERYTHING.”

25600522_5

เมื่อเปิดประตูห้องต้อนรับเช้าตรู่ของวันถัดมา ภาพด้านหน้าคือหมอกจางๆที่ลอยต่ำลงมาคลุมผิวน้ำ เราหันไปรอบๆ ภูเขาที่ห้อมล้อมเราไว้กลายเป็นภาพเบลอๆจากไอหมอกที่ฉาบอยู่ในอากาศ อากาศเย็นกำลังดี เรานั่งมองให้ฟ้าค่อยๆเปลี่ยนสี แสงแดดเริ่มสาดลงมาทีละน้อยไล่ไอสีขาวที่เคยมีให้บางเบาลงเรื่อยๆ เสียงไก่ขันบอกเวลาฟ้าสาง ผู้คนเริ่มตื่นขึ้นมาเริ่มต้นวันใหม่

25600522_3429

25600522_4535

DSC_3287

เราหยิบหนังสือจากชั้นวางของรีสอร์ท ติดมาดูระหว่างทานอาหารเช้า เปิดผ่านทีละหน้า ภาษาที่ซึ่งเราอ่านไม่ออก แต่การเว้นวรรค และตัวอักษรที่เรียงกันอยู่บนหน้ากระดาษก็ทำให้เราเพลินได้อยู่เหมือนกัน

DSC_3253

เป็นสองวันที่จะว่าเวลาผ่านไปช้าก็ช้า จะเร็วก็เร็ว เมื่อเรานั้นถูกแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ต้นไม้ แม่น้ำ ภูเขา มันเปรียบดั่งหมอที่มาเยียวยา ให้ร่างกาย สมอง จิตใจของเราให้พอจะผ่อนคลายความล้าลงได้ไปบ้าง

ที่พักของเราทั้งสองแห่ง เป็นธุรกิจใจดีที่เข้าร่วมโครงการ Socialgiver
คือหากสนใจไปพักทั้ง Hintok River Camp หรือ River Kwai Jungle Rafts แล้วซื้อผ่าน Socialgiver นอกจากจะได้รับส่วนลดแล้วยังได้ร่วมช่วยเหลือสังคมด้วย
นี่คือตัวอย่างข้อมูลที่พักของเราและโครงการที่เค้านำไปช่วยเหลือนะ

  • Hintok River Camp @ Hellfire Pass จ.กาญจนบุรี ผ่าน Socialgiver จะได้ราคาพิเศษ คือ 2,790 บาท/ห้อง/คืน จากราคาเต็ม 6,200 บาท โดยที่กำไร 100% จะนำไปช่วยมูลนิธิ ISAAC Thailand ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านการสื่อสาร ให้เด็กที่มีปัญหาด้านการพูดหรือพูดไม่ได้ ให้มีอนาคตและสามารถเป็นส่วนหนึ่ง ของสังคมได้เท่าเทียมกับเด็กๆทั่วไปในวัยเดียวกัน
  • River Kwai Jungle Rafts จ.กาญจนบุรี ผ่าน Socialgiver จะได้ราคาพิเศษ คือ 1,999 บาท/ห้อง/คืน จากราคาเต็ม 5,500 บาท โดยที่กำไร 100% จะนำไปช่วยโครงการ”ปันน้ำใจช่วยค่าน้ำมัน” ภายใต้บ้านคามิลเลียนฯ ช่วยในเรื่องดูแลการรับ-ส่งเด็กเด็กผู้พิการสู่โรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อการบำบัดฟื้นฟู (กรุงเทพฯ)

หากใครสนใจการท่องเที่ยวที่ทั้ง “ช็อป”และ”ช่วย” ไปได้ด้วยในตัว ก็ลองเข้าไปดูบริการต่างๆ ได้ใน
www.socialgiver.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s