MAE CHAEM, CHIANGMAI


 

LIFE BEGINS
AFTER COFFEE

DSCF1908

กลับมาเชียงใหม่อีกแล้ว แต่ครั้งนี้ต่างไปจากเดิมมากหน่อยตรงที่จุดเริ่มต้น
มาจากคำเชิญชวนของทีมงาน Starbuck Thailand เราตอบตกลงมาทริปนี้ด้วยความตื่นเต้น
เมื่อถึงวันเดินทาง ทุกคนนัดพบกันแต่เช้าตรู่ที่สนามบิน ด้วยความบังเอิญทำให้เราเจอรีน Reenp
เพื่อนนักวาดภาพประกอบมาร่วมทริปนี้ด้วยโดยไม่รู้มาก่อน และเมื่อได้ทำความรู้จักแนะนำตัวกันเรียบร้อยกับทุกคนแล้ว หลังจากนั้นก็มีแต่เสียงพูดคุยดังมาไม่หยุดหย่อนเลย
เครื่องบินค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากรันเวย์พร้อมพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า พาเรามุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่

DSCF1233

DSCF1227

อากาศเย็นกำลังสบายพัดมาทักทายเราทันทีที่เดินพ้นจากสนามบิน
และก่อนที่จะนั่งรถขึ้นไปบนดอยอินทนนท์ อำเภอแม่แจ่ม เราแวะหาอะไรรองท้องกันที่สตาร์บัคส์
สาขากาดฝรั่ง วิลเลจ ที่นี่ต่างออกไปจากสตาร์บัคส์ที่อื่นที่เราเคยนั่ง ตัวร้านถูกออกแบบโดยผสมสถาปัตยกรรมล้านนา ลวดลายต่างๆ และโครงสร้างของร้านกาแฟแห่งนี้ให้กลิ่นอายวัฒนธรรมล้านนา
ได้อย่างสวยงาม กลิ่นกาแฟหอมลอยคลุ้งไปทั่วเมื่อเปิดประตูเข้ามาด้านใน ที่นั่งได้ถูกจัดเตรียมไว้รอพวกเราแล้ว ไม่นานกาแฟและขนมก็ถูกยกมาวางลงตรงหน้า กลิ่นหอมลอยขึ้นมาปะทะจมูก สิ่งที่อยู่ในมือเราตอนนี้
คือกาแฟ ‘ ม่วนใจ๋ ‘ ภาษาคำเมืองท้องถิ่นภาคเหนือที่แปลได้ว่า ความสุขอย่างเต็มเปี่ยม

DSCF1248

DSCF1259

ที่ขณะที่จิบกาแฟร้อนๆ พร้อมกับซินนามอนโรลเข้าปาก รสชาตินุ่ม ลึกจากกาแฟผสมปนกับความหอมของ
ซินนามอนอบอวลอยู่ในปาก ระหว่างที่เพลินกับมื้อเช้าเราก็ได้รับความรู้ใหม่มาว่าเมล็ดกาแฟที่นำมาผลิตเป็นกาแฟม่วนใจ๋ เป็นกาแฟที่ปลูกและเก็บเกี่ยวโดยชาวเขาทางภาคเหนือของไทยเรานี่เอง กลิ่นหอมพิเศษของม่วยใจ๋คือจะเคล้าไอดินนิดๆ รสชาติและคุณภาพนั้นก็ดีเทียบเท่ามาตรฐานที่สตาร์บัคส์คัดเลือกมาแล้ว พอฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่แอบภูมิใจไปด้วย

DSCF1252

DSCF1263

DSCF1269

“I LOVE SMELL OF COFFEE IN THE MORING.”

DSCF1366

DSCF1368

ระหว่างเส้นเดินทางขึ้นไปยังอำเภอแม่แจ่ม วิวภูเขาน้อยใหญ่ที่ทับซ้อนกันเป็นภาพอันคุ้นตาของเรา
เราจอดรถแวะพักกันสักหน่อย เมื่ออยู่สูงขึ้นมาจากตัวเมืองอากาศก็เย็นขึ้นตามไปด้วย
เราเดินเล่นอยู่ท่ามกลางรวงดอกหญ้าสีทองที่เอนลู่ไปตามลมอ่อนๆ ที่พัดมาเป็นช่วงๆ

DSCF1320

DSCF1393

DSCF1293

อีกที่ ที่เราแวะชมวิวคือน้ำตก ที่เราก็จำชื่อไม่ได้ สายน้ำไหลเชี่ยวที่ตกกระทบลงมาอย่างไม่ขาดสาย ไอน้ำที่พัดกระเซ็นไปทั่วทำให้บริเวณรอบๆ นั้นเขียวชอุ่มไปด้วยพืชพันธ์ุเล็กๆ ขึ้นเกาะตามโขดหินและทางเดิน
และลมพัดละอองน้ำมาเจอกับแสงแดดที่ส่องมา จนเกิดเป็นสายรุ้งบางๆ เมื่อเล่นสักพักจนเนื้อตัวคลายความเมื่อยเราก็นั่งรถขึ้นดอยกันต่อ

DSCF1295

หยดน้ำจากน้ำตกที่กระเซ็นเกาะอยู่บนใบไม้ใบจิ๋วทำให้ดูเหมือนกับลายจุดของแมลงเต่าทอง

DSCF1289

DSCF1301

DSCF1317-2

ในที่สุดเราก็มาถึงอำเภอบ้านแม่ขี้มูกน้อย เข้าใจความหมายของชื่อทันทีพร้อมกับเสียงฟึดฟัดจมูกของแต่ละคน เรามาถึงในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินพอดี ภูเขาสีน้ำตาลทองถูกเงาพาดทับซ้อนกันตามองศาของทิศทางแสง ภาพนี้แม้จะได้มาเห็นกี่ทีก็ไม่เคยอดใจที่จะพูดออกได้เลยว่า มันสวยมากจริงๆ

DSCF1418

อากาศเย็นลงเรื่อยๆ เสียงกระดิ่งกรุ๊งกริ๊งของเหล่าฝูงวัวดังระงมมาตามสายลม
ตลอดสองคืนนี้ เราพักที่โรงเรียนบ้านสองธาร โรงเรียนเล็กๆ ของเด็กๆ ในหมู่บ้านแถบนี้
ตอนที่มาถึงโรงเรียนเลิกไปแล้วเลยต้องรอวันรุ่งขึ้นเพื่อจะได้เจอกับเด็กๆ ทั้งหลาย

DSCF1413

หลังจากทานข้าวเย็นเรียบร้อย อากาศที่ตอนนี้อยู่แค่เลขสิบต้นๆ พวกเราจึงช่างใจกันอยู่สักพักว่าใครจะไปอาบน้ำก่อน และหลังจากสู้ความหนาวได้สำเร็จพวกเรามานั่งเล่นกันที่เตนท์ของพี่ๆ ที่กำลังเผามั่นฝรั่งและไส้กรอก บรรยากาศอบอุ่นทุกคนนั่งล้อมวงพูดคุยถามที่มาที่ไปกันอย่างเป็นกันเอง พี่แฮมผู้มีหน้าตาเหมือนพี่ปั่นไพบูลย์ เป็นคนสร้างเสียงเพลงจากกีต้าร์โปร่งในคำคืนนี้

ช่วงที่เรามาพอดีกับท้องฟ้าโปร่งไม่มีเมฆ ดาวจึงเกลื่อนกลาดระยิบระยับเต็มไปหมด
วันแรกหมดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะและเพื่อนใหม่มากมาย

DSCF1518

DSCF1815

เสียงไก่ขันแต่เช้ามืด ปลุกเราจากถุงนอนอุ่นๆ อากาศข้างนอกหนาวจนไม่อยากที่จะยืนส่วนไหนของร่างกายออกไปจางมุ้งเลย ความสวยงามของโรงเรียนนี้คือหันหน้าไปทางทิศตะวันออก นั้นจึงทำให้เราจะมองเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในทุกเช้า แสงสีส้มที่ค่อยๆ ไล่ขึ้นมาแทนที่ฟ้าสีดำให้สว่าง
ช่วงเวลาที่ทุกชีวิตจะได้ตื่นขึ้นเพื่อเริ่มต้นวันใหม่

DSCF1835

DSCF1852

เด็กๆ เริ่มทยอยมาโรงเรียนกันแล้ว บางคนยังเขินๆ แอบอมยิ้มเมื่อเข้าไปทักทาย ที่นี่เป็นโรงเรียนที่สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม มีทั้งเด็กจิ๋วและเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย หลังจากเคารพธงชาติกันเสร็จแล้ว
แต่ละคนก็แยกย้ายเข้าห้องเรียนของตัวเอง

DSCF1533

DSCF1559

DSCF1557

DSCF1503

พวกเราเลยแบ่งทีมกระจายไปเล่นกับน้องๆ แต่ละห้อง และพี่บางคนก็ซ่อมแซมภาพวาดที่น้องๆ ใช้กระโดดเล่นจนสีลอกจางลงไปหมดแล้ว
เราสองคนและรีน มาอยู่ที่ห้องเด็กอนุบาล สอนระบายสี และเล่านิทาน น้องที่เด็กมากๆ บางคนยังไม่สามารถพูดภาษากลางได้ถนัด แต่ว่าจะฟังเรารู้เรื่อง จะสื่อสารกันแต่ละทีก็ต้องเดาอยู่สักพัก เด็กจิ๋วนี่น่ารักมากๆๆ
แม้จะพูดกันไม่ค่อยเข้าใจ แต่เมื่อไหร่ที่บอกว่ามาถ่ายรูปกัน ทุกคนจะรีบเขามาอยู่ในเฟรมพร้อมเซลฟี่ด้วย

เล่นกันอยู่ไม่นานก็ถึงเวลาที่เด็กต้องนอนกลางวัน เราจึงออกมาเตรียมตัวกันเพื่อออกเดินทางไปยังไร่กาแฟ
นั่งรถออกจากหมู่บ้านประมาณสามสิบนาที ก็ถึงที่หมาย ต้นกาแฟมากมายที่กำลังออกผลสีแดง
วิธีเก็บนั้นก็คือเก็บแต่ลูกสีแดงเท่านั้น แต่ต้องเด็ดไม่ให้ขั้วของเมล็ดติดมาด้วย เพื่อที่ต้นเค้าจะได้ออกลูกต่อได้อีก และเรื่องที่เราได้ยินแล้วทำให้ประทับใจมากๆ เลยก็คือ การเดินทางครั้งที่ได้มีโอกาสมากับทีมสตาร์บัคส์จุดประสงค์หนึ่งคือเค้าพยายามให้ชาวเขาชาวบ้านมีรายได้จากการหันมาปลูกกาแฟแทนการถางป่าเพื่อทำไร่หรือสวน เพราะต้นกาแฟนั้นจะเติบโตใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ นั่นเท่ากับว่าเราถ้าเราจะปลูกกาแฟก็ได้ปลูกป่าไปด้วย

DSCF1565

DSCF1614

DSCF1578

พวกเราช่วยคุณลุงเก็บเมล็ดกาแฟลงในตะกร้า แอบชิมไปหลายเม็ดทีเดียว เมล็ดกาแฟสดที่สุกแล้วนั้นจะมีรสชาติหวาน ต่างจากเวลาที่นำไปคั่วแล้วมากเลย

DSCF1580

DSCF1587

DSCF1572

DSCF2093

DSCF1618

DSCF1595

หลังจากที่เก็บเมล็ดกาแฟแล้ว เราก็จะนำไปเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเมล็ด และแยกเปลือกออก

DSCF1654

เมล็ดกาแฟที่ดีนั้นจะไม่ลอยขึ้นมา เมล็ดไหนที่ลอยเหนือน้ำจะไม่ได้ไปต่อ และถูกคัดออกทันที

DSCF2118

DSCF1660

DSCF1666

DSCF2140

หลังจากได้เมล็ดกาแฟสีขาวนวลแล้วก็นำมาตากแดด ให้ความชื่นระเหยออกไป
แล้วจากนั้นจึงนำมาเข้าเครื่องคั่ว จนออกมาเป็นกาแฟสีเข้ม ระยะเวลาให้การคั่วก็ให้สีของเมล็ด รสชาติ และกลิ่นที่ต่างกันด้วยนะ

DSCF1672

DSCF1677

DSCF2164

DSCF1957

DSCF1681

อันนี้คือข้าวเหนียวที่ห่อใบตอง รสชาติคล้ายกับข้าวเหนียวสามเหลี่ยมที่ไว้ทานกับน้ำแข็งใสเลยแต่ข้าวจะหอมกลิ่นใบตองมากๆ เป็นเหมือนขนมมงคลของชาวบ้านที่เอาไว้ต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยียน ได้ทานแล้วจะมีโชคดี สุขภาพแข็งแรง เราทานไปหลายอันเลย

ระหว่างทางกลับไปหมู่บ้าน เราได้เจอต้นเฟื่องฟ้าสีสดใส อดไม่ได้ที่จะพุ่งตัวเข้าใส่ และเราก็ได้รูปกลับมาด้วยโลเคชันที่หาได้ง่ายตามทางเดิน

DSCF1700

DSCF1686

DSCF1692

DSCF1689

DSCF1724-4.jpg

พอกลับมายังที่โรงเรียนสองธารแล้ว ด้วยวันนี้ท้องฟ้าโปร่งมากไม่มีเมฆให้เห็นสักก้อนเลย พวกเราจึงขอตัวเดินเล่นไปกันพร้อมกับมีน้องหมาที่ตอนนี้เป็นเหมือนลูกสมุนคอยติดตามพวกเรา เราเดินเล่นมาบนกองข้าวโพดแห้งสีเหลืองนวล เจ้าหมาที่มากับเราดูจะสนุกสนานกับการกระโดดไปมาบนกองข้าวโพดนี่เอามากๆ พวกเรานั่งคุย ถ่ายรูปเล่นกันอยู่ตรงนั้น จนพระอาทิตย์หายไปหลังหุบเขา เป็นสัณญาณให้เราเดินกลับกันได้แล้ว

DSCF1758

DSCF1798

DSCF1751

DSCF1825

ในตอนค่ำของวันนี้ค่อนข้างพิเศษกว่าปกติเพราะน้องๆ ได้เตรียมการแสดงเพื่อเป็นการขอบคุณพวกเราที่แวะมาเยี่ยม และซ่อมแซมโรงเรียนส่วนที่เปลี่ยนไปตามระยะเวลา
กองไฟกองใหญ่ถูกจุดขึ้นเพื่อบรรเทาความหนาวที่มาพร้อมกับหมู่ดาวมากมาย ไม่นานการแสดงพื้นบ้านของ
ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ เป็นการแสดงโดยใช้ไม้ไผ่มากระทบกัน จงเกิดเป็นจังหว้ะ และเด็กก็จะกระโดดไปมาตามจังหว้ะที่ไม้ขยับ

หลังจากการแสดงจบลง ก่อนน้องทั้งหลายจะกลับลงไปยังหมู่บ้านของตัวเอง เราได้กล่าวลาพร้อมคำขอบคุณและสัญญาไว้ว่าถ้ามีโอกาสจะกลับมาเจอกันใหม่ ไม่รู้เพราะอะไรแต่นั้นทำให้เรายิ้มไม่หยุดเลย

DSCF1865

DSCF1893

DSCF1869

DSCF1868

DSCF1883

วันนี้เป็นวันที่ต้องบอกลาที่นี่แล้ว เราตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นอย่างที่พูดไว้
ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนสีทีละนิด นี่คงเป็นการผสมกันของสีส้มและน้ำเงินที่สวยที่สุดบนโลกใบนี้
ไม่ช้าพระอาทิตย์ดวงกลมก็โผล่ขึ้นมาเหนือแนวเขา ทุกอย่างเริ่มต้นอีกครั้ง
เรานั่งมองภาพตรงหน้าอยู่สักพัก เก็บให้จำขึ้นใจ ไว้แทนความคิดถึงเพราะเมื่อกลับไปกรุงเทพจะไม่ได้เห็นภาพนี้ไปอีกสักพัก

“The sun will rise
and we will try again.”

 

Categories: ไม่มีหมวดหมู่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: